มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

เกาเรนตั้น

สนาม: สำนักข่าวซินหัว

บทนำ: ศาลออกหมายจับอดีต ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ จำเลยที่ 5 หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาฎีกา คดีฆ่าแขวนคอหนุ่มวัย 17 เหยื่อฆ่าตัดตอน เลื่อนอ่านฎีกาไป 11 ตคนี้ ด้านญาติเหยื่อกังวลความปลอดภัยเผยเคยถูกคุกคามถึงบ้าน จำเลยอีก 3 ยังรับราชการ อึ้ง! อุทธรณ์สั่งจำคุกตลอดชีวิตยังได้เลื่อนตำแหน่ง เมื่อเวลา 0945 น วันที่ 6 กันยายน ที่ห้องพิจารณา 913 ศาลอาญา ถรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฆ่าแขวนคอ หมายเลขดำ อ3252/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และนายกิตติศัพท์ ถิตย์บุญครอง บิดาผู้เสียชีวิต เป็นโจทก์และโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง ดตอังคาร คำมูลนา อายุ 54 ปี, ดตสุดธินันท์ โนนทิง อายุ 49 ปี, ดตพรรณศิลป์ อุปนันท์ อายุ 48 ปี, พตทสำเภา อินดี อายุ 57 ปี อดีต สวปสภเมืองกาฬสินธุ์, พตอมนตรี ศรีบุญลือ อายุ 68 ปี อดีต ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ และ พตทสุมิตร นันท์สถิต อายุ 51 ปี อดีต รอง ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ (ทั้งหมดเป็นยศและตำแหน่งขณะนั้น) เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย และเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องรับโทษ กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 22-23 กค2547 จำเลยที่ 1-3 และจำเลยที่ 6 ซึ่งเป็นตำรวจฝ่ายสืบสวน สภเมืองกาฬสินธุ์ ร่วมกันฆ่านายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง อายุ 17 ปีเศษ ผู้ต้องหาคดีลักรถจักรยานยนต์ ขณะนำตัวออกจาก สภเมืองกาฬสินธุ์ ด้วยการบีบรัดคอจนเสียชีวิต จากนั้นจึงร่วมกันปิดบังเหตุการณ์ตายโดยย้ายศพผู้ตายจากท้องที่เกิดเหตุ ไปแขวนคอไว้ที่กระท่อมนาบ้านบึงโดน ม5 ตแสนชาติ อจังหาร จร้อยเอ็ด โดยจำเลยที่ 4-6 ได้ร่วมกันข่มขู่พยานเพื่อให้การอันเป็นเท็จ จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 กค 2555 ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ และย้ายศพเพื่อปิดบังสาเหตุการตาย ส่วนจำเลยที่ 6 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ ขณะที่จำเลยที่ 5 ลงโทษจำคุก 7 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบฯ และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 ต่อมาอัยการโจทก์, โจทก์ร่วม และจำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยที่ 1-3 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ และย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 นั้น เห็นพ้องด้วย ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 แต่คำให้การของจำเลยที่ 2 มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 50 ปี และพิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ ลงโทษประหารชีวิต แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4 ไว้ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 5-6 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบฯ แต่ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 7 ปีนั้น เห็นว่าหนักเกินไป จึงพิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 5-6 ไว้คนละ 5 ปี จากนั้นอัยการโจทก์, โจทก์ร่วม และจำเลยต่างยื่นฎีกา วันนี้ศาลเบิกตัวจำเลยที่ 1-3 มาจากเรือนจำบางขวาง ส่วนจำเลยที่ 4 และ 6 ซึ่งได้รับการประกันตัวคนละ 1 ล้านบาท เดินทางมาศาล แต่ พตอมนตรี จำเลยที่ 5 ที่ได้รับการประกันตัวเช่นกัน และนายประกันไม่มาศาล นอกจากนี้ยังมีญาติและคนใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตและของจำเลยเดินทางมาศาล รวมถึงนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) ก็เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาด้วย เมื่อศาลออกนั่งบัลลังก์ ได้สอบถามทนายความจำเลยที่ 5 แล้ว ทนายความแจ้งว่าไม่สามารถติดต่อกับจำเลยที่ 5 ได้ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 5 ทราบนัดโดยชอบแล้ว แต่ไม่มาศาล ถือว่ามีพฤติการณ์หลบหนี ให้ออกหมายจับ ปรับนายประกันเต็มตามจำนวน 1 ล้านบาท และเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นวันที่ 11 ตคนี้ เวลา 0900 น ภายหลัง นางพิกุล พรหมจันทร์ อาของนายเกียรติศักดิ์ ผู้เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้รอฟังผลคำพิพากษาวันที่ 11 ตค ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร กังวลว่าครั้งหน้าจำเลยจะมาครบหรือไม่ และหวั่นเกรงเรื่องความปลอดภัยของตน เพราะจำเลยชั้นสัญญาบัตรได้รับการประกันตัว 3 คน ยังมีอำนาจหน้าที่ราชการตำรวจตำแหน่งสูงขึ้นกว่าเดิมคือ พตทสำเภา อินดี จากเดิมก่อนพิพากษาอุทธรณ์เป็นรองผู้กำกับอำเภอรอบนอกของ จกาฬสินธุ์ หลังศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาไม่กี่เดือน ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้กำกับสืบสวนสอบสวน ภาค 4 ส่วนเรื่องการขอคุ้มครองพยานนั้น นางพิกุลกล่าวว่า ตนยื่นเรื่องคุ้มครองพยานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ไม่ได้รับการคุ้มครองตั้งแต่มีคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาจนถึงวันนี้ ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือใดๆ ถึงมีกองทุนยุติธรรมช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ แม้แต่บาทเดียวกรมคุ้มครองสิทธิฯ ก็ไม่เคยช่วยเหลือ ตนจึงไปยื่นฟ้องอธิบดีและรองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ฐานงดเว้นและเลือกปฏิบัติต่อศาลปกครอง อยู่ระหว่างรอฟังคำพิพากษา นางพิกุลเปิดเผยว่า ตนเคยถูกคุกคาม มีกลุ่มคนอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจรวม 3 นาย ขับรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ติดฟิล์มทึบทั้งคันบุกไปที่บ้าน บอกว่าจะนำตนไปพบผู้กำกับ มีภาพวงจรปิด ตนขอดูคำสั่งว่าจากไหนที่มาตรวจเยี่ยม เขาบอกว่าถ้าอยากดูต้องไปพบผู้กำกับเอง พอตนบอกจะไปเอง เขาก็บอกว่าผู้กำกับไม่ว่าง ต้องไปพร้อมกับพวกเขา ตนก็เรียก รปภมาอยู่เป็นเพื่อน ซึ่งสุดท้ายตนก็ไม่ไป วันนี้ก็ยังกังวล ตามที่เห็นแล้วว่าจำเลยที่ 4 มีอำนาจสืบสวนสอบสวนของภาค 4 ที่มาศาลวันนี้ก็มีลูกน้องทีมสืบของภาค 4 มาจำนวนมาก 5-6 คนขึ้นไป ไม่ได้มาฟังคำพิพากษา แต่มาอยู่หน้าห้องมองหน้าโจทก์ ตนจึงรอเวลาให้จำเลยกลับแล้วถึงลงมา นางพิกุลกล่าวช่วงท้ายว่า ยังมีพยานปากสำคัญฝ่ายตนเสียชีวิตปริศนาที่โรงพยาบาล อายุ 22 ปี ขาดอากาศหายใจที่เตียง ทั้งที่แค่เป็นหวัด ไอ หอบ เสียชีวิตก่อนได้ขึ้นเบิกความต่อศาล แม่มาเบิกความแทนลูกแล้วชี้หน้าจำเลยถามว่าใครที่ซ้อมลูก หลังคำพิพากษาแล้ว พยานปากสำคัญหลายคนก็หายตัวไป แล้วก็เสียชีวิตที่โรงพยาบาล บางคนจนทุกวันนี้ยังไม่กล้ากลับ จกาฬสินธุ์เลย เพราะรู้ว่าตำรวจกลุ่มนี้ยังรับราชการอยู่ ผู้สื่อข่าวรายงานถึงที่มาของคดีนี้ว่า ในช่วงปี 2544-2549 รัฐบาลมีนโยบายประกาศทำสงครามยาเสพติด เกิดคดีฆ่าตัดตอนกว่า 2,500 ศพ และในช่วงเวลาดังกล่าวมีประชาชนในพื้นที่ จกาฬสินธุ์ เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก โดยหนึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าวคือ นายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง ซึ่ง กสมได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้มีรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนเมื่อปี 2549 โดยมีข้อเสนอให้รัฐบาลเยียวยาความเสียหายจากการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์ อันเนื่องมาจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภเมืองกาฬสินธุ์ ให้แก่ครอบครัวของนายเกียรติศักดิ์ ทั้งนี้ สภาทนายความได้แต่งตั้งคณะทำงานในการให้ความช่วยเหลือกรณีกลุ่มประชาชนในพื้นที่ จกาฬสินธุ์ ที่เสียชีวิตและถูกอุ้มหายช่วงระหว่างปี 2546-2548 เพื่อทำหน้าที่ในการเป็นทนายความให้แก่โจทก์ร่วมในคดีนี้ และทนายความจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส) ได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานดังกล่าวด้วย ในปี 2548 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีมติให้กรณีการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์เป็นคดีพิเศษ และเมื่อวันที่ 9 กย2552 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งหก นับเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 14 ปี ในการพิสูจน์ความจริงในชั้นศาลจนกระทั่งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา...

Ding Ling

สนาม: สารานุกรมเชิงโต้ตอบ

บทนำ: ทว่า ในการพบกับชุงเมื่อวันพุธ คิมย้ำอีกครั้งว่าเขายึดมั่นต่อเป้าหมายเดิม รายงานของสำนักข่าวเคซีเอ็นเออ้างอิงคำกล่าวของคิมด้วยว่า 2 เกาหลีควรเพิ่มความพยายามยิ่งขึ้นเพื่อทำให้การปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีเป็นความจริง คิมย้ำว่าเกาหลีเหนือมีจุดยืนหนักแน่นที่จะขจัดอันตรายของความขัดแย้งด้วยอาวุธและสงคราม ออกจากคาบสมุทรเกาหลี และทำให้คาบสมุทรนี้เป็นแหล่งกำเนิดของสันติภาพโดยไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ และปลอดจากภัยคุกคามของนิวเคลียร์

สมัคร ufabet888 youtube
ประกาศใหม่บนไซต์นี้
zfr | <动态当天时间> | อ่าน(916) | แสดงความคิดเห็น(16)
เมื่อเร็วๆ นี้ตัวแทนผู้ขับขี่รถแท็กซี่ได้ออกมาร้องประกาศที่จะขอปรับขึ้นค่าโดยสาร โดยเตรียมที่จะยื่นหนังสือถึง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในช่วงเดือน ตคนี้ เพื่อให้รับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของผู้ขับรถแท็กซี่ในปัจจุบัน พร้อมเสนอ 4 ข้อร้องเรียน ประกอบด้วยขอให้พิจารณาปรับโครงสร้างอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ ภายหลังได้รับผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ขับรถแท็กซี่มีค่าครองชีพลดลง โดยข้อเสนอดังกล่าวนั้นจะให้คงอัตราเริ่มต้นกิโลเมตรแรกที่ 35 บาท ขณะที่ช่วงเวลารถติดจากเดิมนาทีละ 2 บาท เพิ่มขึ้นเป็นนาทีละ 3 บาท 2ให้แก้ไขปัญหารถป้ายดำที่วิ่งให้บริการอยู่ในขณะนี้ ซึ่งถือเป็นคู่แข่งกับรถแท็กซี่ที่อยู่ในระบบถูกต้องตามกฎหมายในปัจจุบัน 3พิจารณานโยบายการนำรถแท็กซี่ที่ใช้ระบบไฟฟ้า (EV) มาวิ่งให้บริการประชาชน สะท้อนถึงการเอื้อประโยชน์และช่วยเหลือนักลงทุนชาวต่างชาติ และ 4ให้รัฐบาลสนับสนุนผู้ขับรถแท็กซี่ที่ดี อ้างอิงจากการให้คะแนนของผู้โดยสาร โดยการพัฒนาบุคลากร พร้อมออกมาตรการให้ผู้ขับรถแท็กซี่ผ่อนค่างวดรถแท็กซี่กับภาครัฐ เพื่อให้สามารถเป็นเจ้าของรถเองได้ ทั้งยังเป็นการสร้างแรงจูงใจในการให้บริการ ส่งผลการแก้ไขปัญหาในอนาคตได้อย่างยั่งยืนด้วย นอกจากนี้ ยังได้ย้ำว่าเตรียมหาแท็กซี่แนวร่วมกว่า 15,000 คัน ติดสติกเกอร์ที่มีข้อความ รถคันนี้จะไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร ติดอยู่บริเวณหน้ากระจกรถด้านซ้าย สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน คงต้องยอมรับกันว่าการเดินทางใน กทมและปริมณฑลนั้น สำหรับประชาชนที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารสาธารณะ ถือว่าเป็นยานพาหนะที่สำคัญ ซึ่งในปัจจุบันรถโดยสารสาธารณะนั้นมีหลากหลายประเภท ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ รถจักรยานยนต์รับจ้าง และที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือรถแท็กซี่ ซึ่งปัจจุบันผู้ใช้บริการหลายคนประสบปัญหาเดียวกันคือ การปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร โดยมักจะมีข้ออ้างสารพัด ไม่ว่าก๊าซหมด รถติด ต้องส่งรถ รับลูกค้าไม่ทัน ฯลฯ จนสร้างความเอือมระอาให้กับผู้ใช้บริการ แม้ว่าที่ผ่านมานั้นกรมการขนส่งทางบกจะออกมาตรการต่างๆ เพื่อมาแก้ไขปัญหารถแท็กซี่ ไม่ว่าจะมี รถแท็กซี่โอเค ที่กรมขนส่งคุยนักหนาว่ามีรถแท็กซี่แจ้งความจำนงเข้าร่วมโครงการแล้วประมาณ 20,000-30,000 คัน และในจำนวนนี้มีผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการแล้วหลายพันคัน ประกอบด้วย ภาคบังคับ หรือแท็กซี่ที่จดทะเบียนใหม่ ประมาณ 1,000 คัน และภาคสมัครใจ หรือรถแท็กซี่ที่ยังไม่หมดอายุอีกจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้รถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการแท็กซี่โอเคนั้น จะติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบ อาทิ การติดตั้งจีพีเอส ระบบกล้องถ่ายภาพภายในรถแบบ Snap Shot ปุ่มฉุกเฉิน และตรวจสอบการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมด สุดท้ายก็ไม่โอเคร ยังปฏิเสธผู้โดยสารเช่นเดิม หรือแม้กระทั่งการเปิดรับแจ้ง ปรับ ยึดใบขับขี่ สารพัดวิธี ก็ยังปฏิเสธที่จะรับผู้โดยสาร ด้วยคำอ้างเดิมๆ อาทิ แก๊สหมด ส่งรถ ไม่รู้จักเส้นทาง แม้จะมีการร้องเรียนไปยังกรมการขนส่งทางบก และถูกลงโทษไปแล้วก็ยังไม่เข็ด ยังคงปรากฏเป็นข่าวคราวตลอดเวลา จะเห็นได้จากผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ได้เคยศึกษาไว้ว่า การให้บริการรถแท็กซี่ และการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลในการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ผู้โดยสารส่วนใหญ่ 76% ยังพบปัญหาจากการใช้บริการรถแท็กซี่ อาทิ การปฏิเสธผู้โดยสาร 825%, ปัญหาเกี่ยวกับสภาพรถ 30% และอีก 26% พบปัญหาเรื่องกิริยาวาจาไม่สุภาพ ทำให้ผู้โดยสารหันไปใช้บริการระบบขนส่งทางเลือก เช่น อูเบอร์และแกร็บ แม้จะต้องเสียค่าบริการเพิ่มขึ้น แต่ก็ช่วยลดเวลารอคอยได้ พร้อมเสนอให้กรมการขนส่งทางบก ออกมาตรการกำกับดูแลให้ถูกต้อง ซึ่งประเมินว่าน่าจะใช้เวลานาน 6 เดือน - 1 ปี ดังนั้น ก่อนที่จะมาอ้างว่าปัญหาการให้บริการแท็กซี่ เป็นผลมาจากการไม่ปรับขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งต้องปรับค่าขึ้นอีก 25% จึงจะสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยขอให้รัฐบาลเร่งทบทวนโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ หรือเปิดโอกาสให้รถแท็กซี่คิดค่าโดยสารในลักษณะยืดหยุ่นได้ ควรที่จะปรับปรุงตัวเองให้ดีเสียก่อน ถ้าบริการดี ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร การจะปรับขึ้นค่าโดยสารก็ไม่น่าจะมีปัญหา【อ่านข้อความเต็ม】
rb7 | <动态当天时间> | อ่าน(115) | แสดงความคิดเห็น(598)
ช่วงหลังมีโอกาสได้เดินทางไปทำงานต่างประเทศบ่อย สำหรับ เบลล่า-ราณี แคมเปน ซึ่งล่าสุดยังได้กระทบไหล่ซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง นิโคล คิดแมน ที่ประเทศรัสเซียอีกด้วย โดยในงาน บิวตี้ 360 แอท รมย์รวินท์ ที่ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เบลล่าก็ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
vnd | <动态当天时间> | อ่าน(55) | แสดงความคิดเห็น(278)
ช่วงหลังมีโอกาสได้เดินทางไปทำงานต่างประเทศบ่อย สำหรับ เบลล่า-ราณี แคมเปน ซึ่งล่าสุดยังได้กระทบไหล่ซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง นิโคล คิดแมน ที่ประเทศรัสเซียอีกด้วย โดยในงาน บิวตี้ 360 แอท รมย์รวินท์ ที่ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เบลล่าก็ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
nl6 | <动态当天时间> | อ่าน(839) | แสดงความคิดเห็น(501)
ในเจตนาคุณคืออะไร【อ่านข้อความเต็ม】
fhj | <动态当天时间> | อ่าน(730) | แสดงความคิดเห็น(447)
ปชป-พท ประสานเสียง รุมจวกไทม์ไลน์ปลดล็อกเต็มสูบกลาง ธค ซัดเวลา 70 วันประชุมพรรคพ่วงคลอดนโยบายหาเสียงทันอย่างไร ยกยุทธศาสตร์ชาติยังใช้เวลาเป็นปี แนะต้องทำทันทีหลังกฎหมายลูกมีผลบังคับใช้ บิ๊กตู่ ไฟเขียวดูด บอกจะทำอะไรก็ว่ากันไป แต่ต้องให้ประชาชนรู้ว่าการเลือกตั้งทำอย่างไร รวมถึงที่มา สส-นายกฯ พ่วงปลุกสำนึกรักแผ่นดินเกิด สะกิด ประวิตร เรียก พิชัย ปรับทัศนคติอีกรอบ ซัดแนวคิด เพื่อไทย-อนาคตใหม่ ขายเรือดำน้ำ-เลิกเกณฑ์ทหาร ถามทำจริงใครจะแก้ปัญหาไฟใต้ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ทำเนียบรัฐบาล พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารสำนักงานศาลยุติธรรม ที่นำเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงการ เยาวชนไทยหัวใจเดียวกัน รุ่นที่ 6 จำนวน 160 คน เข้าเยี่ยมคารวะ โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งถึงการเข้ามาบริหารประเทศว่า ไม่มุ่งหวังให้ประเทศถอยหลัง แต่ที่เข้ามาเพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้า หน้าที่ก็มีอยู่ในช่วงเวลาที่อยู่ วันหน้าเป็นประชาธิปไตยต้องมีคนทำเรื่องนี้ต่อไปให้ได้ สุดแล้วแต่พวกเราว่าจะเลือกใคร หรือจะเลือกแบบเดิม จะเอาอย่างไรก็ไปคิดกันเอง เป็นเรื่องของท่าน ประเทศต้นฉบับประชาธิปไตยเขาก็มีแบบนี้ ถ้าบ้านเมืองไม่สงบเรียบร้อยเขาก็ใช้กฎหมาย ลองคิดให้ไกลออกไป อย่าคิดแค่ตัวเอง คิดแค่คนใกล้ชิดเจอปัญหาแบบนี้ต้องเลิก ต้องไม่มีกฎหมาย ต้องไม่มีเจ้าหน้าที่ แบบนี้ก็เดือดร้อนหมด เพราะทุกคนมีความคิดแตกต่างกัน ดังนั้นต้องทำความคิดทุกคนรวมกันให้ได้ แล้วหาทางปฏิบัติที่เหมาะสม พลอประยุทธ์กล่าว จากนั้น พลอประยุทธ์ได้เปิดโอกาสให้เยาวชนได้สอบถามข้อสงสัย โดยเด็กหญิงเยาวชนจาก จนราธิวาส ถามนายกฯ ว่าทำงานเหนื่อยหรือไม่ พลอประยุทธ์ตอบพร้อมรอยยิ้มว่า ค่อนข้างเหนื่อยเหมือนกัน ตอนนี้มีคนห่วงใยก็หายทันที สิ่งที่ทำวันนี้ต้องการกำลังใจเท่านั้น ไม่ต้องการอะไรทั้งสิ้น ไม่ต้องการให้คนมารัก แต่ขอให้รักประเทศ รักครอบครัว รักพ่อแม่ รักแผ่นดินเกิด ในเมื่อท่านเกิดในประเทศไทยแล้วต้องตอบแทนอย่างไร นายกฯ ยังได้ถามเยาวชนที่เข้าพบอีกว่า อายุเท่าไหร่กันแล้ว ซึ่งเยาวชนตอบว่า 17-18 ปี จากนั้น นายกฯ กล่าวว่า ต้นปีหน้ามีการเลือกตั้ง ใครอายุ 18 ไปเลือกตั้งทุกคน อะไรต่างๆ ขอให้คิดอย่างที่ลุงคิด เพื่อที่จะได้รู้ว่าเราควรจะเลือกใคร เลือกอย่างไร ฉะนั้น รัฐบาลจะดีหรือไม่ดีอยู่ที่เรา โทษใครไม่ได้ และจะโทษลุงอีกไม่ได้ ถ้าวันหน้ามันตีกันวุ่นวายอีก เพราะลุงก็แก่แล้ว และได้ทำมาให้แล้ว เดี๋ยวค่อยว่ากันต่อไปตรงโน้น ต่อมาที่อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย พลอประยุทธ์เป็นประธานรับฟังการแถลงแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วยยุทธศาสตร์ชาติของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ) วิทยาลัยเสนาธิการทหาร และวิทยาลัยการทัพของทั้งสามเหล่าทัพ ประจำปีการศึกษา 2561 โดย พลอประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า เราต้องมียุทธศาสตร์ชาติเป็นไฮเวย์เดินไปด้วยกัน ไม่ใช่การเมืองเปลี่ยนไปแล้วเราไปคนละทิศคนละทาง ในช่วงกว่า 10 ปีที่สูญเสียโอกาสไป ตอนนี้เราต้องเร่งสปีด ลดความขัดแย้ง เดินหน้าไปสู่ประเทศที่มีธรรมาภิบาล มีรัฐบาลที่มีความชอบธรรม เมื่อทำให้แล้วก็ส่งต่อให้รัฐบาลใหม่อัดขายเรือดำน้ำเพ้อเจ้อ พลอประยุทธ์ย้ำว่า อย่าให้ใครมาบิดเบือนในเรื่องการคุมราคาสินค้าได้ ซึ่งมันทำไม่ได้ เราก็พยายามไม่ให้สินค้าราคาอุปโภคบริโภคสูงเกินจำเป็น หรืออย่าไปเชื่อถ้าหาเสียงว่าจะทำให้ราคาสินค้าเหลือเท่านั้นเท่านี้ ขอให้ดูความเป็นจริง งบประมาณจะเอาไปใช้อย่างอื่นไม่ได้ และที่บอกจะให้ขายเรือดำน้ำ จะขายได้อย่างไร เพราะยังไม่ได้มีการจ่ายเงิน ยังไม่ได้เรือซักลำเลย ก็ไปบิดเบือนกันเสียหมด ฟังเขาพูดแล้วตรรกะยังเป็นไปไม่ได้ จะมาบอกว่าขายเรือดำน้ำเอาเงินมาดูแลสุขภาพของคน ซึ่งมันไม่เกี่ยวข้องกัน ส่วนที่หาเสียงว่าต้องไม่มีการเกณฑ์ทหารนั้น ปัจจุบันเงินเดือนพลทหารมากกว่าแรงงานขั้นต่ำเสียอีก อะไรที่ไม่ดีก็ต้องไปแก้ไข ถามว่าถ้าไม่มีทหาร ใครจะไปแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ ทุกวันนี้คิดอะไรไม่ออกก็บอกทหาร พลอประยุทธ์กล่าวว่า 4 ปีที่ผ่านมาปัญหายังอีนุงตุงนัง ถามว่าจะให้ คสชอยู่ต่อหรืออย่างไร แต่อย่างไรก็ต้องมีการเลือกตั้ง ขอให้รัฐบาลที่มามีประชาธิปไตยที่แท้จริง มี สสที่ดี จะไปดูดอะไรก็ว่ากันไป แต่ต้องทำให้ประชาชนรู้ว่าการเลือกตั้งนั้นทำอย่างไร รวมถึงที่มาของ สส ที่มาของนายกฯ และโครงการต่างๆ มีคนที่ไม่มีเส้นผม รู้ใช่ไหมว่าเป็นใคร ไม่มีผม แต่ชอบพูด ออกมาวิจารณ์บ่อยๆ ว่าเศรษฐกิจไม่ดีและแย่ลง สงสัยความจำเสื่อม เพราะเรียกมาทำความเข้าใจหลายรอบแล้วก็ยังเหมือนเดิม ต้องบอก พลอประวิตรเผื่อเรียกมาคุยอีก แต่ก็คงเบื่อแล้ว เพราะเรียกมาก็กลับไปพูดอีก ที่ผ่านมาก็เรียกไป 15 ครั้งแล้ว เรียกจนเบื่อก็กลับไปก็พูดอีก ด้าน พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมวกลาโหม กล่าวถึงการเผยแพร่ภาพการเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตร ที่นายภิรมย์ พลวิเศษ เลขาธิการกลุ่มสามมิตร พาบุคคลที่กลุ่มต้องการผลักดันให้เป็นผู้สมัคร สสขึ้นแห่ปราศรัยที่ จชัยภูมิ เมื่อวันที่ 4 กย ถือเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่ ว่าไม่ทราบเรื่อง การเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) กำกับดูแล และตอนนี้กลุ่มดังกล่าวก็ยังไม่สังกัดพรรคการเมือง เมื่อถามว่า การกระทำของกลุ่มสามมิตรสามารถทำได้ใช่หรือไม่ พลอประวิตรกล่าวว่า จะไปทำได้อย่างไร และคงไม่ต้องไปกำชับอะไร กกต เพราะเขารู้ดีกว่าตนเอง ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่จะมีการเลือกตั้ง การเปิดโอกาสให้โฆษณาหาเสียง กกตก็ต้องไปดูว่าจะมีการกระทำผิดที่ใดหรือไม่ ถามต่อว่า หากคลายล็อกเต็มที่แล้ว ฝ่ายความมั่นคงต้องเข้มงวดอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พลอประวิตร กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลา แต่จะทำอะไรอย่าให้ผิดกฎหมาย จะไปตีกันไม่ได้ เรื่องความขัดแย้งไม่เอา ส่วนข้อกังวลการหาเสียงที่โจมตีกันไปมานั้น ยังไม่รู้ว่าใครโจมตีใคร สื่อคิดเอาเอง ขณะที่การเคลื่อนไหวทางโซเชียลมีเดียนั้น เจ้าหน้าที่มีการตรวจสอบและจับอยู่แล้ว อะไรที่ผิดกฎหมายที่บิดเบือน ไม่สามารถทำได้ทั้งนั้น ขณะที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร พร้อมคณะ ยังคงเดินสายไปรับฟังปัญหาและรับหนังสือจากกลุ่มเกษตรกรหลายพื้นที่ ก่อนกล่าวว่า กลุ่มสามมิตรพยายามทำอย่างสุดความสามารถเพื่อช่วยเหลือ และหลายเรื่องที่รัฐบาลได้แก้ไข แม้เวลานี้กลุ่มถูกโจมตีเราก็พยายามทำใจและปล่อยวาง เพราะความเดือดร้อนของประชาชนจะมองเป็นเรื่องการเมืองไม่ได้ ขอย้ำว่าการมารับฟังปัญหาชาวบ้านนั้นไม่ได้มาหาเสียงหรือทำเรื่องการเมือง แต่มาเป็นข้อมูลเพื่อเป็นแนวคิดเสนอเป็นนโยบายต่อพรรคการเมืองที่จะไปสังกัดในอนาคต ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ได้ประกาศลาออกจากการเป็นประธานสโมสรฟุตบอลสุโขทัยเอฟซีอย่างเป็นทางการด้วย โดยภรรยารับหน้าที่แทน เพื่อเตรียมตัวกลับสู่การเมืองอย่างเต็มตัวรุมจวกปลดล็อก ธค นายอุตตม สาวนายน รมวอุตสาหกรรม กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐจัดประชุมผู้ร่วมก่อตั้งเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ในวันที่ 15 กย ที่ห้องฟินิกซ์ เมืองทองธานี ซึ่งมีกระแสข่าวว่านายอุตตมจะไปร่วมกับพรรคในตำแหน่งหัวหน้าพรรคว่า ไม่ทราบเรื่องนี้ และไม่มีใครเชิญด้วย รวมทั้งยังไม่มีการพูดคุยอะไรเลย สำหรับกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุจะปลดล็อกการเมืองทั้งหมดในช่วงกลางเดือน ธคนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลเปลี่ยนทัศนคติจากเดิมที่จำกัดกระบวนการทางการเมืองและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน มาเป็นการส่งเสริมให้การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนจะได้มีส่วนร่วมและได้รับข้อมูลข่าวสารและทางเลือกต่างๆ ได้กว้างขวางที่สุด ซึ่งจะนำไปสู่การปรับแนวคิดเรื่องปลดล็อก เพราะยืนยันมาตลอดว่าถ้าเราสามารถทำให้พรรคการเมืองทำหน้าที่ของตัวเองได้ จะเป็นผลดีต่อระบอบประชาธิปไตย และประชาชนในการตัดสินใจ ผมขอถามว่าวันนี้มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ให้พรรคการเมืองทำหน้าที่ของตัวเองได้ทันที หลังจากกฎหมายทุกฉบับออกมาแล้ว ซึ่งหากไม่ติดขัดในเรื่องใด ไม่ควรมีการคลายล็อกเป็นช่วงๆ แต่ควรเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองทำหน้าที่ของตัวเองได้เต็มที่ นายอภิสิทธิ์กล่าว นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการ พทกล่าวว่า รัฐบาลคิดแบบรัฐราชการ เคยชินกับการเป็นผู้สั่งการกำหนดชีวิตประชาชนมาโดยตลอด ดังนั้นสิ่งที่พรรคการเมืองอยากเสนอ คือการคืนกลับสู่ความเป็นประชาธิปไตยปกติ ให้ประชาชนเขาเลือกชีวิตของเขา สิ่งที่ พลอประยุทธ์ควรทำคือยกเลิกสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการเป็นประชาธิปไตยทั้งหมด คืนกลับสู่ความเป็นปกติ ถอนตัว ให้กองทัพกลับคืนสู่ระบบปกติ แล้วให้ประชาชนเข้ามาตัดสินอนาคตของตัวเอง เรื่องนี้จบแน่นอน หากมีการปลดล็อกหรือคลายล็อกโดยเร็ว แล้วให้พรรคดำเนินการประชุมกับสมาชิกเพื่อดำเนินการสรรหาผู้นำของเรา นายภูมิธรรมกล่าวถึงการเลือกหัวหน้าพรรค พทคนใหม่ นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท) ตั้งข้อสังเกตว่า การทำนโยบายที่ดีต้องมีการสื่อสารกับประชาชนหลายๆ ฝ่าย และนักวิชาการ ต้องประชุมปรึกษาหารือกัน แต่เราก็ยังติดอยู่ที่ไม่สามารถทำได้ เพราะกฎหมายยังจำกัดในการห้ามมั่วสุมทางการเมืองเกิน 5 คน จึงอยากถามว่า 70 วันนี้จะให้ทำทั้งนโยบาย และหาเสียงได้อย่างไร ในเมื่อยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจน จึงมองว่าเป็นการจงใจทำลายพรรคการเมืองทั้งระบบ และการเลือกตั้งทั้งหมด นายนพดล ปัทมะ แกนนำ พทอีกรายกล่าวเช่นกันว่า มีคำถามว่า 70 วันเหลือเฟือจริงหรือ ให้ทำนโยบายไปหาเสียงไปควรหรือไม่ ถ้าเปรียบเทียบการร่างยุทธศาสตร์ชาติประมาณ 71 หน้า ทำไมใช้เวลาตั้งหลายปี แม้แต่คณะกรรมการปฏิรูปบางคณะจนถึงขณะนี้ยังไม่สรุปแผนปฏิรูปเลย ซึ่งเข้าใจได้ว่าต้องใช้เวลาในการทำงานเพื่อฟังความคิดเห็นของฝ่ายต่างๆ อย่างรอบคอบ นโยบายเป็นแก่นสาระ ไม่ใช่กระพี้การเมือง การทำนโยบายพรรคการเมืองอย่างลวกๆ ไม่มีใครได้ประโยชน์เลย ยิ่งในช่วงนี้โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมากทั้งเศรษฐกิจและเทคโนโลยี การเปิดพื้นที่ให้พรรคการเมืองประชุมและไปพบปะรับฟังความเห็นประชาชนเพื่อทำนโยบายจะตอบโจทย์ประเทศได้ตรงเป้ามากกว่า ไม่ใช่รอจนถึงช่วงหาเสียง 70 วันก่อนเลือกตั้ง โอกาสที่จะประชาชนจะได้เห็นแนวคิดดีๆ จากแต่ละพรรคช่วงหาเสียงไม่ควรเสียไปโดยไม่จำเป็น นายนพดลกล่าวลั่นไม่สังฆกรรม คสช วันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 เข้ายื่นหนังสือต่อพรรค พท เรียกร้องให้พรรคแสดงจุดยืนนำพาประเทศออกจากวิกฤติการเมือง รวมทั้งพัฒนาประชาธิปไตยสืบสานเจตนารมณ์พฤษภา 35 โดยมีนายภูมิธรรมและนายจาตุรนต์เป็นตัวแทนรับหนังสือ โดยนายอดุลย์กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ปรับบทบาทพรรค และขอให้สร้างความสามัคคีปรองดอง แก้วิกฤติออกจากวังวนของเผด็จการทหาร ไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองที่ร่วมกับ คสช ซึ่งเป็นการสืบทอดอำนาจเผด็จการที่ทำลายประชาธิปไตย รวมทั้งขอให้สนับสนุนและผลักดันการก่อสร้างอนุสรณ์สถานพฤษภา 2535 ให้สำเร็จต่อไป นายภูมิธรรมกล่าวว่า เราประกาศจุดยืนชัดเจนยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการ มุ่งหวังให้พี่น้องประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารบริหารประเทศได้กระทบต่อชีวิตประชาชน เราอยากให้ทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด วิธีที่ดีที่สุดคือการคลายล็อกหรือปลดล็อกให้พรรคการเมืองต่างๆ ลงไปดำเนินการร่วมกับพี่น้องประชาชน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเรากำลังก้าวสู่ระบบปกติ จะนำเรื่องนี้ไปแจ้งที่ประชุมให้รับทราบ นายจาตุรนต์กล่าวว่า การเปิดช่องให้คนนอกมาเป็นนายกฯ เป็นการสืบทอดอำนาจเผด็จการ ยืนยันได้ว่าไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของผู้นำรัฐประหาร และจะไม่สนับสนุนผู้นำของ คสชมาเป็นนายกฯ จะสนับสนุนเฉพาะผู้ที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น เราไม่เห็นด้วย และจะขัดขวางโดยสันติวิธี ไม่ให้มีการสืบทอดอำนาจ เราสนับสนุนนายกฯ จากการเลือกตั้ง ไม่สนับสนุนผู้นำจาก คสช ไม่ว่าในรูปแบบไหน จะแข่งขันจะพยายามตั้งรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตย หากผู้นำ คสชตั้งรัฐบาลได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด เราไม่ร่วมแน่นอน ส่วนกรณีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน และอดีต สสนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย เข้ายื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ทั้งที่กรุงเทพฯ และนครราชสีมา ในเรื่องการเก็บบัตรประจำตัวประชาชนนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นักการเมืองควรหยุดใช้วิธีการสกปรกทำลายคู่แข่ง เราผ่านวิกฤติประชาธิปไตยมาด้วยกันเกือบ 5 ปีแล้ว สาเหตุเพราะนักการเมืองทะเลาะกันเอง แล้วอีกไม่นานเกินรอประชาธิปไตยก็กำลังจะกลับมา เราจะขับไสไล่ส่งประชาธิปไตยให้หายไปอีกหรือ เอาความทุ่มเทความตั้งใจทำงาน ความรู้ ความสามารถ และความซื่อสัตย์ต่อประชาชน มากำจัดคู่แข่งสิ สง่างามกว่าเยอะ【อ่านข้อความเต็ม】
j6n | 2021-05-08 | อ่าน(967) | แสดงความคิดเห็น(252)
ช่วงหลังมีโอกาสได้เดินทางไปทำงานต่างประเทศบ่อย สำหรับ เบลล่า-ราณี แคมเปน ซึ่งล่าสุดยังได้กระทบไหล่ซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง นิโคล คิดแมน ที่ประเทศรัสเซียอีกด้วย โดยในงาน บิวตี้ 360 แอท รมย์รวินท์ ที่ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เบลล่าก็ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
vhv | 2021-05-08 | อ่าน(614) | แสดงความคิดเห็น(270)
กงสุลใหญ่นครลอสแองเจลิส ระบุ 2 นักศึกษาไทยที่ถูกฆาตกรรม ยืนยันได้แล้ว 1 คนคือ ฐิติอร ส่วนอีกคนยังไม่ยืนยันว่าเป็น กรกมล หรือไม่ สจปทุมธานี พี่ชาย กรกมล เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบ แต่พ่อได้ข่าวก็เสียใจอย่างที่สุด เผยน้องสาวเป็นลูกคนเล็ก เรียนเก่ง จบนิติฯ มธเกียรตินิยม จบเนฯ และจบปริญญาโท ก็ยังเรียนไม่หยุด กรณี นสกรกมล หลีนวรัตน์ หรือ น้องแอ๋ม อายุ 25 ปี นักศึกษาปริญญาโทรัฐบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถูกฆ่าพร้อมเพื่อนสนิทภายในอพาร์ตเมนต์ที่รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ซึ่ง นสกรกมลเป็นลูกสาวคนเล็กของนายปภาวิน หลีนวรัตน์ หรือ เฮียย้ง อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี และเป็นหลานของนายกฤษฎา หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี ล่าสุด เฟซบุ๊ก Weerasak Leenavarat หรือนายวีระศักดิ์ หลีนวรัตน์ สจปทุมธานี ซึ่งเป็นพี่ชาย นสกรกมล ได้โพสต์ข้อความประกอบรูปว่า สำหรับน้องแอ๋มในความรู้สึกของพี่ เมื่อยามเป็นเด็ก หนูเป็นเทพธิดาองค์น้อยๆ ของพ่อ พอโตขึ้นมาก็เป็นนางฟ้าของครอบครัว เป็นคนจิตใจดี ร่าเริงแจ่มใส ฉลาด เก่ง มีความกล้า และเชื่อมั่นในตัวเองสูง อยากเรียนกฎหมายที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ทำได้ น้องกับพ่อวางแผนกันไว้ว่า หนูเรียนจบแล้วจะขอไปเรียนเนติบัณฑิตไทยก็จบภายใน 1 ปี แล้วขอไปเรียนต่อปริญญาโทกฎหมายยังต่างประเทศ ก็สำเร็จมา 1 ใบ เดินทางต่อไปเพื่อเรียนต่ออีกใบ อีกเพียงแค่ 7เดือนจะกลับมาสอบเป็นผู้พิพากษาสนามจิ๋ว แต่สุดท้ายความตายที่พวกเราไม่เคยคาดคิดก็มาพรากหนูไปจากพวกเรา ทุกคนเสียใจ และเป็นทุกข์มาก ตลอดระยะเวลาที่หนูอยู่บนโลกนี้ 24 ปี 9 เดือน ช่างสั้นเหลือเกิน แต่คงถึงเวลาที่นางฟ้าต้องกลับสวรรค์ ไปเถอะนางฟ้าของพวกเรา #แก้วตาดวงใจของครอบครัวน้องแอ๋ม ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อทางโทรศัพท์กับนายวีระศักดิ์ เขาเปิดเผยว่า ได้ข่าวน้องสาวเสียชีวิตพร้อมกับเพื่อนร่วมห้อง แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ซึ่งระหว่างนี้ได้ให้ญาติๆ ที่อาศัยอยู่ในอเมริกาเดินทางไปตรวจสอบแล้ว แต่ก็คงต้องรอเจ้าหน้าที่ที่สหรัฐสอบสวนให้ชัดเจนก่อน น้องเพิ่งไปเรียนต่อเมื่อวันที่ 21 สคที่ผ่านมานี้เอง แต่ก็มาเกิดเรื่องขึ้น ซึ่งทางพ่อและครอบครัวเสียใจมาก เตรียมจะนำศพกลับประเทศไทย เว็บไซต์สยามทาวน์ยูเอสระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา พบศพหญิงสองรายเสียชีวิตในห้องพักของมอลลอย อพาร์ตเมนต์ ย่านฟิฟทีน อเวนิว ตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อเวลา 0930 นของเช้าวันที่ 4 กยที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น สภาพศพถูกแทงตามร่างกาย หลังขาดการติดต่อไปนานถึง 72 ชั่วโมง รายงานข่าวระบุด้วยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีนักศึกษาไทยโทรหาเพื่อนที่ไทย และเล่าว่ารู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตนเอง แต่ยังไม่มีการสรุปว่าเป็นนักศึกษาที่เสียชีวิตหรือไม่ ข่าวแจ้งด้วยว่า นักศึกษาสองรายที่ถูกแทงเสียชีวิต คือ นสกรกมล หลีนวรัตน์ อายุ 25 ปี บุตรสาวนายปภาวิน หลีนวรัตน์ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี จปทุมธานี ครอบครัวเคยทำธุรกิจเปิดร้านขายอุปกรณ์ทางการเกษตร กระทั่งมารดาของ นสกรกมล เสียชีวิต จึงได้เลิกกิจการไป 4-5 ปีแล้ว โดย นสกรกมลจบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับสอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่น 35 ก่อนศึกษาต่อปริญญาโทด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ จนสำเร็จการศึกษา จากนั้นไปเรียนต่อปริญญาอีกใบที่ซีแอตเทิล ส่วนอีกรายหนึ่งคือ นสฐิติอร โชติช่วงทรัพย์ เป็นชาวอ้อมน้อย จังหวัดสมุทรสาคร พลตตอิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบชสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวว่า เบื้องต้นจากการประสานกับกระทรวงการต่างประเทศและกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ยืนยันว่า 1 ใน 2 ศพ คือ นสฐิติอร ส่วนอีกหนึ่งศพยังไม่ยืนยันว่าเป็น นสกรกมล ซึ่งตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนของซีแอตเทิลอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และพยานที่อยู่ห้องใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประเทศไทย พบว่า นสฐิติอรเดินทางออกนอกประเทศตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วน นสกรกมลเดินทางออกไปเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลว่าหญิงสาวทั้งสองคนเดินทางออกนอกประเทศพร้อมกับบุคคลใดหรือไม่ และจะติดตามข้อมูลการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ในซีแอตเทิลจากกงสุลใหญ่อย่างใกล้ชิด ขณะที่ พลตทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบชสตม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนเคยเดินทางไปสหรัฐอเมริกาหลายครั้ง เท่าที่สอบถามข้อมูลพบว่าเพื่อไปศึกษาต่อ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไม่มีหน้าที่ประสานงานเกี่ยวกับคดีโดยตรง แต่จะประสานใช้ความสัมพันธ์ของหน่วยงานที่เคยประสานงานกัน เพื่อสอบถามช่วยเหลือ ประสานข้อมูลต่างๆ และพร้อมอำนวยความสะดวกให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตหากประสงค์เดินทางไปสหรัฐอเมริกา【อ่านข้อความเต็ม】
6pd | 2021-05-08 | อ่าน(684) | แสดงความคิดเห็น(27)
๓ส่งตัวแทนร่วมสังเกตการณ์และตรวสอบกระบวนการเลือกตั้งและนับผลการเลือกตั้งในประเทศไทยเป็นไปโดยเสรีและเป็นธรรม เพื่อให้ผลการเลือกตั้งสะท้อนเสียงที่แท้จริงของปวงชนชาวไทย【อ่านข้อความเต็ม】
tj6 | 2021-05-08 | อ่าน(508) | แสดงความคิดเห็น(250)
รวมพลคนต่อต้านคอร์รัปชัน ประมนต์ ยอมรับในสายตาชาวโลกไทยยังสอบไม่ผ่าน แต่น่ายินดีรัฐบาลนี้เอาจริงเอาจัง ปลุกภาคเอกชนเลิกจ่ายสินบน ทำตัวเป็นหมาเฝ้าบ้านช่วยเห่าโจร ด้านองคมนตรีฝากพระบรมราโชวาทของในหลวง ร9 ช่วยสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง น้องแบม แฉการเปิดโปงทุจริตสิ่งที่ตามมาคือการถูกคุกคาม ที่ศูนย์การประชุมไบเทคบางนา มีการจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันประจำปี 2561 โดยองค์การต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) มีหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ร่วมงานเป็นจำนวนมาก นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า จากการจัดอันดับล่าสุดของ The Corruption Perceptions Index (CPI) โดย Transparency International (TI) ที่ประกาศมาเมื่อต้นปี ประเทศไทยได้ 37 คะแนน จากคะแนนเต็มร้อย ดีขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน แต่ย้อนหลังไปหลายปี คะแนนเราก็วิ่งอยู่ในระดับ 35-38 มาตลอด แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้ก้าวผ่านจุดนี้เสียทีในสายตาชาวโลก คอร์รัปชันยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่ถ้าเราสามารถกำจัดมันให้หมดไปได้ จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ สังคม และส่วนรวม เพื่ออนาคตของลูกหลานของเราในวันข้างหน้า และผมเชื่อว่ากงล้อของการตื่นรู้สู้โกง ไม่ใหญ่เกินกว่าที่พลังของพวกเราทุกคนที่มาในงานครั้งนี้ หากเราพร้อมใจกันลุกขึ้นมาทำต่อ เราจะสามารถผลักดันให้มันเริ่มขยับ และหมุนต่อเนื่องไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพียงเริ่มต้นจากเรื่องง่ายๆ ด้วยบทบาทของทุกคนที่มารวมกันอยู่ ณ ที่นี้ นายประมนต์กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีว่าในช่วงรัฐบาลนี้เราได้เห็นการเอาจริงเอาจังในด้านนโยบายปราบปรามคอร์รัปชัน ปลุกคนไทยเฝ้าระวังการโกง ไม่ทนต่อการทุจริต และมีจิตสำนึกที่ถูกต้อง แต่ในด้านการปฏิบัติจริง ก็ยังมีจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุง ในฐานะข้าราชการ เราต้องไม่นิ่งเฉย ยอมให้เกิดการโกงกินภายใต้งานที่เราดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโกงเพื่อผลประโยชน์ของนักการเมือง ที่มีหลายตัวอย่างให้เห็นว่า การนิ่งเฉยอาจต้องรับเคราะห์แทน เขากล่าวว่า ในฐานะองค์กรเอกชน เป็นไปได้ไหมว่าเราจะตั้งเป้าหมายในแผนกลยุทธ์ ว่าเราจะไม่จ่ายสินบนเพื่อซื้อความสะดวก ซื้อความผิด หรือซื้อความได้เปรียบในการแข่งขัน ในฐานะสื่อมวลชน เราต้องทำตัวเป็นหมาเฝ้าบ้าน ที่กัดไม่ปล่อย ปกป้องผลประโยชน์ของเจ้าของบ้าน ไม่ว่าโจรผู้ร้ายจะมาไม้นวม หยิบยื่นขนมหวานให้ หรือมาไม้แข็ง ฟาดเราด้วยกระบอง เราก็ต้องไม่หวั่นไหว แต่เห่าให้ดังยิ่งขึ้น ให้เจ้าของบ้านรู้ตัว ในฐานะเยาวชน อนาคตของประเทศไทยอยู่ในมือน้องๆ ทุกคน เราจะปฏิเสธแม้การทุจริตเล็กๆ น้อยๆ เช่น ในการเรียนการสอน ไปจนถึงเราจะแสดงพลังให้ผู้ใหญ่รู้ว่าเราไม่ต้องการคนโกง นายประมนต์กล่าวว่า ถึงตรงนี้ พวกเราอย่ามาเสียเวลาตั้งคำถามว่าเมื่อไรคอร์รัปชันจะหมดไป แต่เราควรตั้งคำถามว่า เมื่อไรเราจะออกมามีส่วนร่วมในการปราบคอร์รัปชัน จากบทบาทหน้าที่การงานของแต่ละคน เราจะตื่นรู้สู้โกงกันอย่างไร ในวันต่อต้านคอร์รัปชันปีหน้า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะไม่ต้องขึ้นมาพูด และท่านจะมานั่งฟังเพียงอย่างเดียว แต่เราจะเอาผลงาน ตื่นรู้สู้โกงที่แต่ละคนไปทำมาตลอดหนึ่งปี มาแบ่งปัน ถอดบทเรียน และพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ด้านศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ปลุกพลังคนไทย สู้โกง ตอนหนึ่งว่า นอกจากการต่อต้านคอร์รัปชันแล้ว สังคมไทยยังจำเป็นจะต้องสร้างคนดีขึ้นมาเพิ่มในสังคม ตลอด 7 ปีของการทำงานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน จะเห็นภาพได้ว่าคนที่มีความรู้มากจะมีการโกงที่พิสดารไม่น้อย แต่คนที่ความรู้น้อยก็โกงด้วยเช่นกัน ประเด็นสำคัญคือการสร้างธรรมะในใจเพื่อไม่ให้เกิดการโกง ซึ่งคนเราหากไม่อายเสียอย่าง ก็โกงได้หมด ผมเคยพูดคุยกับคนต่างชาติที่ได้วิเคราะห์ประเทศต่างๆ ในอาเซียน ซึ่งระบุว่าประเทศสิงคโปร์มีความโปร่งใส ขณะที่ประเทศไทยมีการโกงคอร์รัปชันเยอะมาก และประเทศไม่ได้เสียหายแค่เรื่องเงินเท่านั้น แต่บริษัทข้ามชาติที่ต้องการมาลงทุนด้วยความโปร่งใส ก็ไม่อยากจะมาลงทุน ดังนั้นก็จะมีแต่คนโกงที่จะเข้ามาทำงานกับคนโกงด้วยกันเท่านั้น ความเสียหายเกิดขึ้นมาก องคมนตรีกล่าวว่า เราจะเอาความคิดไม่โกงไม่ทุจริตไปสอนลูกหลานได้หรือไม่ หรือเมื่อเห็นการโกงก็ต้องไม่อดทน และพร้อมจะเปิดโปง ขณะเดียวกันก็ต้องเป็นพลเมืองดี เห็นอะไรทำเพื่อบ้านเมืองได้ก็ทำ เริ่มปลูกฝังกันตั้งแต่เด็กได้จะดีมาก แต่หากเราปล่อยให้เด็กเริ่มโกงข้อสอบ โกงการบ้าน หรือลอกการบ้านเพื่อน ทุกอย่างก็จะผิดหมดเลย เราต้องเริ่มใหม่ ทั้งจากที่บ้าน ที่พ่อแม่คอยอบรมลูกหลาน และที่ทำงาน ที่หัวหน้างานก็ต้องคอยปลูกฝังพนักงาน การทำงานต่อต้านโกงเป็นเรื่องที่ยาก และจะสำเร็จเมื่อใดก็ขึ้นอยู่กับคนไทยในปัจจุบันและอนาคตว่าจะต่อต้านอย่างแข็งขันต่อเนื่องได้อย่างไร ขอฝากพระบรมราโชวาทของในหลวง ร9 ที่รับสั่งว่า ช่วยสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง การสร้างคนดีเป็นเรื่องที่ยากและยาว แต่ก็ต้องทำ ขอให้ถือเป็นหน้าที่ ศเกียรติคุณ นพเกษมกล่าว จากนั้นมีการจัดเวทีเสวนา คนไทย ตื่นรู้สู้โกง คนไทยจะลุกขึ้นมาปกป้องประเทศต่อต้านการโกงชาติได้อย่างไร โดยมี นสปณิดา ยศปัญญา (น้องแบม) และ นสณัฐกานต์ หมื่นพล ผู้เปิดโปงการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่ง, นพธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมวศึกษาธิการ, นสรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี, นายปรารภ เหมทานนท์ ผู้เปิดโปงการทุจริตภาครัฐกว่า 270 คดี เข้าร่วมการเสวนา นสณัฐกานต์กล่าวว่า แรงบันดาลใจเกิดจากการเห็นแนวทางการดำเนินชีวิตของชาวบ้านที่มีความเดือดร้อน ซึ่งแม้ว่าตนจะเป็นเพียงลูกจ้างตัวเล็กๆ ในศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้ซึมซับถึงปัญหาที่แท้จริงของพวกเขาเหล่านี้ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นปัญหาที่ใหญ่มาก สำหรับผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้ ทุกอย่างดูเลวร้ายไปหมด ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ควรได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ พวกเขาเองไม่รู้ว่าจะได้อะไรบ้าง แต่เราเป็นคนในหน่วยงานซึ่งรู้ดีว่าปัญหาเหล่านี้หนักหนาสาหัสแค่ไหน ซึ่งพวกเขาควรได้รับความช่วยเหลือของรัฐอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ตนตัดสินใจที่จะนำเรื่องเหล่านี้ออกมาเปิดโปง ด้าน นสปณิดากล่าวว่า ตนเรียนมาเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน เมื่อได้ฝึกงานในหน่วยงานรัฐ ทำให้เห็นปัญหาต่างๆ มากมาย ทั้งเรื่องผู้ด้อยโอกาส คนไร้ที่พึ่ง ขอทาน หรือแม้กระทั่งชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำ ซึ่งแรงบันดาลใจเกิดจากที่สงสัยว่า คนเหล่านี้รู้หรือไม่ว่าสิทธิที่เขาควรได้รับจากภาครัฐมีอะไรบ้าง แต่การที่เราเปิดโปงการทุจริตทำให้มีโดนคุกคามบ้าง ซึ่งเราต้องหาวิธีการรับมือกับเรื่องนี้ ให้สามารถใช้ชีวิตเป็นปกติ ซึ่งทุกวันนี้ตนสามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติดี นพธีระเกียรติกล่าวว่า การเดินหน้าจัดการเรื่องทุจริตในกระทรวงศึกษาธิการ เราไม่ได้เดินหน้าไล่ล่าจับโกง แต่เรามองว่าทุกสิ่งต้องดำเนินการอย่างถูกต้องเป็นขั้นตอน ผ่านการใช้กฎหมายที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วที่สุด เนื่องจากกฎหมายนั้นเอื้อต่อการตรวจสอบอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องทำอย่างตรงไปตรงมาเท่านั้น เพราะกระบวนการยุติธรรมนั้น หากดำเนินการช้า ย่อมไม่เรียกว่ากระบวนการยุติธรรม ในส่วนของการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ต้องมีการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน หากมีปัญหาหรือมีแนวโน้มจะบิดพลิ้วในขั้นตอนการซื้อขายนั้น เราจะยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้ ขณะที่ นสรื่นฤดีกล่าวว่า เราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้การบริหารคดีนั้นมีประสิทธิภาพสูงที่สุด โดยยึดหลักสำคัญ ได้แก่ ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม ซึ่งตนได้ชี้แจงแก่ข้าราชการของกรมบังคับคดีทุกคนทั่วประเทศ แม้จะเป็นเรื่องคดียุติธรรมทางแพ่ง แต่ผลสัมฤทธิ์จะเป็นตัวตอบโจทย์ความเชื่อมั่นของประชาชน เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่ากระบวนการดำเนินการนั้นมีความชัดเจน ประกอบกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาประกอบเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบของพี่น้องประชาชน ด้านนายปรารภกล่าวว่า เคสอาหารกลางวันนั้น ตนอยู่ในพื้นที่ ได้รับรู้เรื่องจากการประท้วงของผู้ปกครอง ก่อนมีการหาข้อมูลจนพบว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ผลจากการกระทำดังกล่าว ทำให้ผู้ปกครองหันมาใส่ใจว่าบุตรหลานของตัวเองได้ทานอะไรในมื้อกลางวัน ส่งผลให้มีการตื่นตัวเป็นวงกว้าง และเด็กๆ ในโรงเรียนพื้นที่อื่นๆ ได้รับสิ่งที่พวกเขาควรจะได้ ซึ่งการตื่นรู้สู้โกง ไม่ใช่การจับผิดอะไรใคร เพียงแค่บอกคนอื่นว่าคุณเพียงทำในสิ่งที่ถูกต้องและควรทำเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถทำเพื่อเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างได้【อ่านข้อความเต็ม】
lx5 | 2021-05-07 | อ่าน(254) | แสดงความคิดเห็น(879)
รายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน 2561 กล่าวว่า เรือเอชเอ็มเอส อัลเบียน ของกองทัพเรืออังกฤษ ซึ่งมีระวางขับน้ำ 22,000 ตัน นำทหารนาวิกโยธินของอังกฤษแล่นผ่านน่านน้ำใกล้กับหมู่เกาะพาราเซล หรือที่จีนเรียกกว่า ซีซา เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ระหว่างการเดินทางไปยังนครโฮจิมินห์ของเวียดนาม โดยเรืออัลเบียนได้เข้าเทียบท่าที่เวียดนามเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา【อ่านข้อความเต็ม】
xnd | 2021-05-07 | อ่าน(312) | แสดงความคิดเห็น(531)
เมื่อเร็วๆ นี้ตัวแทนผู้ขับขี่รถแท็กซี่ได้ออกมาร้องประกาศที่จะขอปรับขึ้นค่าโดยสาร โดยเตรียมที่จะยื่นหนังสือถึง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในช่วงเดือน ตคนี้ เพื่อให้รับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของผู้ขับรถแท็กซี่ในปัจจุบัน พร้อมเสนอ 4 ข้อร้องเรียน ประกอบด้วยขอให้พิจารณาปรับโครงสร้างอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ ภายหลังได้รับผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ขับรถแท็กซี่มีค่าครองชีพลดลง โดยข้อเสนอดังกล่าวนั้นจะให้คงอัตราเริ่มต้นกิโลเมตรแรกที่ 35 บาท ขณะที่ช่วงเวลารถติดจากเดิมนาทีละ 2 บาท เพิ่มขึ้นเป็นนาทีละ 3 บาท 2ให้แก้ไขปัญหารถป้ายดำที่วิ่งให้บริการอยู่ในขณะนี้ ซึ่งถือเป็นคู่แข่งกับรถแท็กซี่ที่อยู่ในระบบถูกต้องตามกฎหมายในปัจจุบัน 3พิจารณานโยบายการนำรถแท็กซี่ที่ใช้ระบบไฟฟ้า (EV) มาวิ่งให้บริการประชาชน สะท้อนถึงการเอื้อประโยชน์และช่วยเหลือนักลงทุนชาวต่างชาติ และ 4ให้รัฐบาลสนับสนุนผู้ขับรถแท็กซี่ที่ดี อ้างอิงจากการให้คะแนนของผู้โดยสาร โดยการพัฒนาบุคลากร พร้อมออกมาตรการให้ผู้ขับรถแท็กซี่ผ่อนค่างวดรถแท็กซี่กับภาครัฐ เพื่อให้สามารถเป็นเจ้าของรถเองได้ ทั้งยังเป็นการสร้างแรงจูงใจในการให้บริการ ส่งผลการแก้ไขปัญหาในอนาคตได้อย่างยั่งยืนด้วย นอกจากนี้ ยังได้ย้ำว่าเตรียมหาแท็กซี่แนวร่วมกว่า 15,000 คัน ติดสติกเกอร์ที่มีข้อความ รถคันนี้จะไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร ติดอยู่บริเวณหน้ากระจกรถด้านซ้าย สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน คงต้องยอมรับกันว่าการเดินทางใน กทมและปริมณฑลนั้น สำหรับประชาชนที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารสาธารณะ ถือว่าเป็นยานพาหนะที่สำคัญ ซึ่งในปัจจุบันรถโดยสารสาธารณะนั้นมีหลากหลายประเภท ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ รถจักรยานยนต์รับจ้าง และที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือรถแท็กซี่ ซึ่งปัจจุบันผู้ใช้บริการหลายคนประสบปัญหาเดียวกันคือ การปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร โดยมักจะมีข้ออ้างสารพัด ไม่ว่าก๊าซหมด รถติด ต้องส่งรถ รับลูกค้าไม่ทัน ฯลฯ จนสร้างความเอือมระอาให้กับผู้ใช้บริการ แม้ว่าที่ผ่านมานั้นกรมการขนส่งทางบกจะออกมาตรการต่างๆ เพื่อมาแก้ไขปัญหารถแท็กซี่ ไม่ว่าจะมี รถแท็กซี่โอเค ที่กรมขนส่งคุยนักหนาว่ามีรถแท็กซี่แจ้งความจำนงเข้าร่วมโครงการแล้วประมาณ 20,000-30,000 คัน และในจำนวนนี้มีผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการแล้วหลายพันคัน ประกอบด้วย ภาคบังคับ หรือแท็กซี่ที่จดทะเบียนใหม่ ประมาณ 1,000 คัน และภาคสมัครใจ หรือรถแท็กซี่ที่ยังไม่หมดอายุอีกจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้รถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการแท็กซี่โอเคนั้น จะติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบ อาทิ การติดตั้งจีพีเอส ระบบกล้องถ่ายภาพภายในรถแบบ Snap Shot ปุ่มฉุกเฉิน และตรวจสอบการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมด สุดท้ายก็ไม่โอเคร ยังปฏิเสธผู้โดยสารเช่นเดิม หรือแม้กระทั่งการเปิดรับแจ้ง ปรับ ยึดใบขับขี่ สารพัดวิธี ก็ยังปฏิเสธที่จะรับผู้โดยสาร ด้วยคำอ้างเดิมๆ อาทิ แก๊สหมด ส่งรถ ไม่รู้จักเส้นทาง แม้จะมีการร้องเรียนไปยังกรมการขนส่งทางบก และถูกลงโทษไปแล้วก็ยังไม่เข็ด ยังคงปรากฏเป็นข่าวคราวตลอดเวลา จะเห็นได้จากผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ได้เคยศึกษาไว้ว่า การให้บริการรถแท็กซี่ และการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลในการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ผู้โดยสารส่วนใหญ่ 76% ยังพบปัญหาจากการใช้บริการรถแท็กซี่ อาทิ การปฏิเสธผู้โดยสาร 825%, ปัญหาเกี่ยวกับสภาพรถ 30% และอีก 26% พบปัญหาเรื่องกิริยาวาจาไม่สุภาพ ทำให้ผู้โดยสารหันไปใช้บริการระบบขนส่งทางเลือก เช่น อูเบอร์และแกร็บ แม้จะต้องเสียค่าบริการเพิ่มขึ้น แต่ก็ช่วยลดเวลารอคอยได้ พร้อมเสนอให้กรมการขนส่งทางบก ออกมาตรการกำกับดูแลให้ถูกต้อง ซึ่งประเมินว่าน่าจะใช้เวลานาน 6 เดือน - 1 ปี ดังนั้น ก่อนที่จะมาอ้างว่าปัญหาการให้บริการแท็กซี่ เป็นผลมาจากการไม่ปรับขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งต้องปรับค่าขึ้นอีก 25% จึงจะสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยขอให้รัฐบาลเร่งทบทวนโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ หรือเปิดโอกาสให้รถแท็กซี่คิดค่าโดยสารในลักษณะยืดหยุ่นได้ ควรที่จะปรับปรุงตัวเองให้ดีเสียก่อน ถ้าบริการดี ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร การจะปรับขึ้นค่าโดยสารก็ไม่น่าจะมีปัญหา【อ่านข้อความเต็ม】
jp5 | 2021-05-07 | อ่าน(840) | แสดงความคิดเห็น(23)
เมื่อเร็วๆ นี้ตัวแทนผู้ขับขี่รถแท็กซี่ได้ออกมาร้องประกาศที่จะขอปรับขึ้นค่าโดยสาร โดยเตรียมที่จะยื่นหนังสือถึง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในช่วงเดือน ตคนี้ เพื่อให้รับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของผู้ขับรถแท็กซี่ในปัจจุบัน พร้อมเสนอ 4 ข้อร้องเรียน ประกอบด้วยขอให้พิจารณาปรับโครงสร้างอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ ภายหลังได้รับผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ขับรถแท็กซี่มีค่าครองชีพลดลง โดยข้อเสนอดังกล่าวนั้นจะให้คงอัตราเริ่มต้นกิโลเมตรแรกที่ 35 บาท ขณะที่ช่วงเวลารถติดจากเดิมนาทีละ 2 บาท เพิ่มขึ้นเป็นนาทีละ 3 บาท 2ให้แก้ไขปัญหารถป้ายดำที่วิ่งให้บริการอยู่ในขณะนี้ ซึ่งถือเป็นคู่แข่งกับรถแท็กซี่ที่อยู่ในระบบถูกต้องตามกฎหมายในปัจจุบัน 3พิจารณานโยบายการนำรถแท็กซี่ที่ใช้ระบบไฟฟ้า (EV) มาวิ่งให้บริการประชาชน สะท้อนถึงการเอื้อประโยชน์และช่วยเหลือนักลงทุนชาวต่างชาติ และ 4ให้รัฐบาลสนับสนุนผู้ขับรถแท็กซี่ที่ดี อ้างอิงจากการให้คะแนนของผู้โดยสาร โดยการพัฒนาบุคลากร พร้อมออกมาตรการให้ผู้ขับรถแท็กซี่ผ่อนค่างวดรถแท็กซี่กับภาครัฐ เพื่อให้สามารถเป็นเจ้าของรถเองได้ ทั้งยังเป็นการสร้างแรงจูงใจในการให้บริการ ส่งผลการแก้ไขปัญหาในอนาคตได้อย่างยั่งยืนด้วย นอกจากนี้ ยังได้ย้ำว่าเตรียมหาแท็กซี่แนวร่วมกว่า 15,000 คัน ติดสติกเกอร์ที่มีข้อความ รถคันนี้จะไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร ติดอยู่บริเวณหน้ากระจกรถด้านซ้าย สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน คงต้องยอมรับกันว่าการเดินทางใน กทมและปริมณฑลนั้น สำหรับประชาชนที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารสาธารณะ ถือว่าเป็นยานพาหนะที่สำคัญ ซึ่งในปัจจุบันรถโดยสารสาธารณะนั้นมีหลากหลายประเภท ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ รถจักรยานยนต์รับจ้าง และที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือรถแท็กซี่ ซึ่งปัจจุบันผู้ใช้บริการหลายคนประสบปัญหาเดียวกันคือ การปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร โดยมักจะมีข้ออ้างสารพัด ไม่ว่าก๊าซหมด รถติด ต้องส่งรถ รับลูกค้าไม่ทัน ฯลฯ จนสร้างความเอือมระอาให้กับผู้ใช้บริการ แม้ว่าที่ผ่านมานั้นกรมการขนส่งทางบกจะออกมาตรการต่างๆ เพื่อมาแก้ไขปัญหารถแท็กซี่ ไม่ว่าจะมี รถแท็กซี่โอเค ที่กรมขนส่งคุยนักหนาว่ามีรถแท็กซี่แจ้งความจำนงเข้าร่วมโครงการแล้วประมาณ 20,000-30,000 คัน และในจำนวนนี้มีผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการแล้วหลายพันคัน ประกอบด้วย ภาคบังคับ หรือแท็กซี่ที่จดทะเบียนใหม่ ประมาณ 1,000 คัน และภาคสมัครใจ หรือรถแท็กซี่ที่ยังไม่หมดอายุอีกจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้รถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการแท็กซี่โอเคนั้น จะติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบ อาทิ การติดตั้งจีพีเอส ระบบกล้องถ่ายภาพภายในรถแบบ Snap Shot ปุ่มฉุกเฉิน และตรวจสอบการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมด สุดท้ายก็ไม่โอเคร ยังปฏิเสธผู้โดยสารเช่นเดิม หรือแม้กระทั่งการเปิดรับแจ้ง ปรับ ยึดใบขับขี่ สารพัดวิธี ก็ยังปฏิเสธที่จะรับผู้โดยสาร ด้วยคำอ้างเดิมๆ อาทิ แก๊สหมด ส่งรถ ไม่รู้จักเส้นทาง แม้จะมีการร้องเรียนไปยังกรมการขนส่งทางบก และถูกลงโทษไปแล้วก็ยังไม่เข็ด ยังคงปรากฏเป็นข่าวคราวตลอดเวลา จะเห็นได้จากผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ได้เคยศึกษาไว้ว่า การให้บริการรถแท็กซี่ และการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลในการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ผู้โดยสารส่วนใหญ่ 76% ยังพบปัญหาจากการใช้บริการรถแท็กซี่ อาทิ การปฏิเสธผู้โดยสาร 825%, ปัญหาเกี่ยวกับสภาพรถ 30% และอีก 26% พบปัญหาเรื่องกิริยาวาจาไม่สุภาพ ทำให้ผู้โดยสารหันไปใช้บริการระบบขนส่งทางเลือก เช่น อูเบอร์และแกร็บ แม้จะต้องเสียค่าบริการเพิ่มขึ้น แต่ก็ช่วยลดเวลารอคอยได้ พร้อมเสนอให้กรมการขนส่งทางบก ออกมาตรการกำกับดูแลให้ถูกต้อง ซึ่งประเมินว่าน่าจะใช้เวลานาน 6 เดือน - 1 ปี ดังนั้น ก่อนที่จะมาอ้างว่าปัญหาการให้บริการแท็กซี่ เป็นผลมาจากการไม่ปรับขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งต้องปรับค่าขึ้นอีก 25% จึงจะสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยขอให้รัฐบาลเร่งทบทวนโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ หรือเปิดโอกาสให้รถแท็กซี่คิดค่าโดยสารในลักษณะยืดหยุ่นได้ ควรที่จะปรับปรุงตัวเองให้ดีเสียก่อน ถ้าบริการดี ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร การจะปรับขึ้นค่าโดยสารก็ไม่น่าจะมีปัญหา【อ่านข้อความเต็ม】
thh | 2021-05-07 | อ่าน(616) | แสดงความคิดเห็น(645)
ผมไม่ได้มาหาเสียง แต่มาพูดเพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลมีเจตนารมณ์มุ่งมั่นอะไร การเมืองต้องไม่ทำให้ประเทศถอยหลังอีกต่อไปสัญญากับผมได้หรือไม่ ใครคิดว่าจะทำให้การเมืองมันดีขึ้น ได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลดีขึ้น เลือกตั้งได้คนดี ยกมือขึ้น คนดีคือคนที่ทำให้เราอย่างแท้จริง และทำให้คนอื่นด้วย รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง การฟอร์มรัฐบาลก็มาจากหลายพรรคคนละพรรค เว้นแต่เมื่อไหร่ตั้งนายกฯ แต่เวลาคณะรัฐมนตรีทำงานต้องทำเพื่อคนทั้งประเทศ ทั้งที่เลือกและไม่เลือกตัวเองมา เพราะรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยทำตามเสียงส่วนใหญ่ ไม่ใช่เสียงที่เลือกเรามาเท่านั้น แต่คือคนทั้งประเทศ ไม่ว่าพรรคไหนเข้ามาเป็นรัฐบาล นั่นคือเสียงจากคนทั้งประเทศ แต่คนที่เป็นฝ่ายค้าน ที่ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่จะไม่ดูแลเขาเลยหรือ เขาไม่ใช่คนไทยหรือ ดังนั้นอย่าให้ระบบประชาธิปไตยคัดกรองคนแบบนี้เข้ามา มาแบ่งแยกภาคเหนือ ภาคใต้ ตะวันออกและตะวันตก เป็นของคนนั้นคนนี้ ไม่ได้อีกแล้ว เพราะหากทำอย่างนั้นร่างกายเราก็จะสิ้นสภาพ และวันหน้าเทียบดูก็แล้วกันว่า สิ่งที่เขาพูดกับที่ผมพูดต่างกันหรือไม่ผมไม่ได้พูดให้ใคร แต่พูดให้ประชาชน และวันหน้าใครเป็นรัฐบาล ท่านก็คงอยากได้รัฐบาลดีๆ ผมก็ไม่ได้บอกว่าผมดีที่สุด หรือรัฐบาลนี้ดีที่สุด เพียงแต่ผมคิดแบบนี้ ทุกเรื่องไม่มีผลประโยชน์ พลอประยุทธ์ กล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
r5z | 2021-05-06 | อ่าน(349) | แสดงความคิดเห็น(78)
สถานีเอ็นเอชเครายงานว่า เหตุดินถล่มจากแผ่นดินไหวบนเกาะฮอกไกโด มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 ราย ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่คือชาวบ้านในเมืองอัตซูมะที่บ้านโดนดินถล่มทับบ้านทั้งหลัง และมีผู้สูญหาย 30 คน สื่อท้องถิ่นเผยว่า หนึ่งในผู้เสียชีวิตคือชายวัย 82 ปี ที่ขณะเกิดแผ่นดินไหวทำให้เขาตกบันไดที่บ้าน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยราว 130 คน【อ่านข้อความเต็ม】
dff | 2021-05-06 | อ่าน(56) | แสดงความคิดเห็น(234)
ศาลออกหมายจับอดีต ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ จำเลยที่ 5 หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาฎีกา คดีฆ่าแขวนคอหนุ่มวัย 17 เหยื่อฆ่าตัดตอน เลื่อนอ่านฎีกาไป 11 ตคนี้ ด้านญาติเหยื่อกังวลความปลอดภัยเผยเคยถูกคุกคามถึงบ้าน จำเลยอีก 3 ยังรับราชการ อึ้ง! อุทธรณ์สั่งจำคุกตลอดชีวิตยังได้เลื่อนตำแหน่ง เมื่อเวลา 0945 น วันที่ 6 กันยายน ที่ห้องพิจารณา 913 ศาลอาญา ถรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฆ่าแขวนคอ หมายเลขดำ อ3252/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และนายกิตติศัพท์ ถิตย์บุญครอง บิดาผู้เสียชีวิต เป็นโจทก์และโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง ดตอังคาร คำมูลนา อายุ 54 ปี, ดตสุดธินันท์ โนนทิง อายุ 49 ปี, ดตพรรณศิลป์ อุปนันท์ อายุ 48 ปี, พตทสำเภา อินดี อายุ 57 ปี อดีต สวปสภเมืองกาฬสินธุ์, พตอมนตรี ศรีบุญลือ อายุ 68 ปี อดีต ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ และ พตทสุมิตร นันท์สถิต อายุ 51 ปี อดีต รอง ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ (ทั้งหมดเป็นยศและตำแหน่งขณะนั้น) เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย และเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องรับโทษ กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 22-23 กค2547 จำเลยที่ 1-3 และจำเลยที่ 6 ซึ่งเป็นตำรวจฝ่ายสืบสวน สภเมืองกาฬสินธุ์ ร่วมกันฆ่านายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง อายุ 17 ปีเศษ ผู้ต้องหาคดีลักรถจักรยานยนต์ ขณะนำตัวออกจาก สภเมืองกาฬสินธุ์ ด้วยการบีบรัดคอจนเสียชีวิต จากนั้นจึงร่วมกันปิดบังเหตุการณ์ตายโดยย้ายศพผู้ตายจากท้องที่เกิดเหตุ ไปแขวนคอไว้ที่กระท่อมนาบ้านบึงโดน ม5 ตแสนชาติ อจังหาร จร้อยเอ็ด โดยจำเลยที่ 4-6 ได้ร่วมกันข่มขู่พยานเพื่อให้การอันเป็นเท็จ จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 กค 2555 ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ และย้ายศพเพื่อปิดบังสาเหตุการตาย ส่วนจำเลยที่ 6 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ ขณะที่จำเลยที่ 5 ลงโทษจำคุก 7 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบฯ และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 ต่อมาอัยการโจทก์, โจทก์ร่วม และจำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยที่ 1-3 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ และย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 นั้น เห็นพ้องด้วย ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 แต่คำให้การของจำเลยที่ 2 มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 50 ปี และพิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ ลงโทษประหารชีวิต แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4 ไว้ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 5-6 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบฯ แต่ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 7 ปีนั้น เห็นว่าหนักเกินไป จึงพิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 5-6 ไว้คนละ 5 ปี จากนั้นอัยการโจทก์, โจทก์ร่วม และจำเลยต่างยื่นฎีกา วันนี้ศาลเบิกตัวจำเลยที่ 1-3 มาจากเรือนจำบางขวาง ส่วนจำเลยที่ 4 และ 6 ซึ่งได้รับการประกันตัวคนละ 1 ล้านบาท เดินทางมาศาล แต่ พตอมนตรี จำเลยที่ 5 ที่ได้รับการประกันตัวเช่นกัน และนายประกันไม่มาศาล นอกจากนี้ยังมีญาติและคนใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตและของจำเลยเดินทางมาศาล รวมถึงนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) ก็เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาด้วย เมื่อศาลออกนั่งบัลลังก์ ได้สอบถามทนายความจำเลยที่ 5 แล้ว ทนายความแจ้งว่าไม่สามารถติดต่อกับจำเลยที่ 5 ได้ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 5 ทราบนัดโดยชอบแล้ว แต่ไม่มาศาล ถือว่ามีพฤติการณ์หลบหนี ให้ออกหมายจับ ปรับนายประกันเต็มตามจำนวน 1 ล้านบาท และเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นวันที่ 11 ตคนี้ เวลา 0900 น ภายหลัง นางพิกุล พรหมจันทร์ อาของนายเกียรติศักดิ์ ผู้เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้รอฟังผลคำพิพากษาวันที่ 11 ตค ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร กังวลว่าครั้งหน้าจำเลยจะมาครบหรือไม่ และหวั่นเกรงเรื่องความปลอดภัยของตน เพราะจำเลยชั้นสัญญาบัตรได้รับการประกันตัว 3 คน ยังมีอำนาจหน้าที่ราชการตำรวจตำแหน่งสูงขึ้นกว่าเดิมคือ พตทสำเภา อินดี จากเดิมก่อนพิพากษาอุทธรณ์เป็นรองผู้กำกับอำเภอรอบนอกของ จกาฬสินธุ์ หลังศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาไม่กี่เดือน ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้กำกับสืบสวนสอบสวน ภาค 4 ส่วนเรื่องการขอคุ้มครองพยานนั้น นางพิกุลกล่าวว่า ตนยื่นเรื่องคุ้มครองพยานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ไม่ได้รับการคุ้มครองตั้งแต่มีคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาจนถึงวันนี้ ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือใดๆ ถึงมีกองทุนยุติธรรมช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ แม้แต่บาทเดียวกรมคุ้มครองสิทธิฯ ก็ไม่เคยช่วยเหลือ ตนจึงไปยื่นฟ้องอธิบดีและรองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ฐานงดเว้นและเลือกปฏิบัติต่อศาลปกครอง อยู่ระหว่างรอฟังคำพิพากษา นางพิกุลเปิดเผยว่า ตนเคยถูกคุกคาม มีกลุ่มคนอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจรวม 3 นาย ขับรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ติดฟิล์มทึบทั้งคันบุกไปที่บ้าน บอกว่าจะนำตนไปพบผู้กำกับ มีภาพวงจรปิด ตนขอดูคำสั่งว่าจากไหนที่มาตรวจเยี่ยม เขาบอกว่าถ้าอยากดูต้องไปพบผู้กำกับเอง พอตนบอกจะไปเอง เขาก็บอกว่าผู้กำกับไม่ว่าง ต้องไปพร้อมกับพวกเขา ตนก็เรียก รปภมาอยู่เป็นเพื่อน ซึ่งสุดท้ายตนก็ไม่ไป วันนี้ก็ยังกังวล ตามที่เห็นแล้วว่าจำเลยที่ 4 มีอำนาจสืบสวนสอบสวนของภาค 4 ที่มาศาลวันนี้ก็มีลูกน้องทีมสืบของภาค 4 มาจำนวนมาก 5-6 คนขึ้นไป ไม่ได้มาฟังคำพิพากษา แต่มาอยู่หน้าห้องมองหน้าโจทก์ ตนจึงรอเวลาให้จำเลยกลับแล้วถึงลงมา นางพิกุลกล่าวช่วงท้ายว่า ยังมีพยานปากสำคัญฝ่ายตนเสียชีวิตปริศนาที่โรงพยาบาล อายุ 22 ปี ขาดอากาศหายใจที่เตียง ทั้งที่แค่เป็นหวัด ไอ หอบ เสียชีวิตก่อนได้ขึ้นเบิกความต่อศาล แม่มาเบิกความแทนลูกแล้วชี้หน้าจำเลยถามว่าใครที่ซ้อมลูก หลังคำพิพากษาแล้ว พยานปากสำคัญหลายคนก็หายตัวไป แล้วก็เสียชีวิตที่โรงพยาบาล บางคนจนทุกวันนี้ยังไม่กล้ากลับ จกาฬสินธุ์เลย เพราะรู้ว่าตำรวจกลุ่มนี้ยังรับราชการอยู่ ผู้สื่อข่าวรายงานถึงที่มาของคดีนี้ว่า ในช่วงปี 2544-2549 รัฐบาลมีนโยบายประกาศทำสงครามยาเสพติด เกิดคดีฆ่าตัดตอนกว่า 2,500 ศพ และในช่วงเวลาดังกล่าวมีประชาชนในพื้นที่ จกาฬสินธุ์ เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก โดยหนึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าวคือ นายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง ซึ่ง กสมได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้มีรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนเมื่อปี 2549 โดยมีข้อเสนอให้รัฐบาลเยียวยาความเสียหายจากการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์ อันเนื่องมาจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภเมืองกาฬสินธุ์ ให้แก่ครอบครัวของนายเกียรติศักดิ์ ทั้งนี้ สภาทนายความได้แต่งตั้งคณะทำงานในการให้ความช่วยเหลือกรณีกลุ่มประชาชนในพื้นที่ จกาฬสินธุ์ ที่เสียชีวิตและถูกอุ้มหายช่วงระหว่างปี 2546-2548 เพื่อทำหน้าที่ในการเป็นทนายความให้แก่โจทก์ร่วมในคดีนี้ และทนายความจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส) ได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานดังกล่าวด้วย ในปี 2548 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีมติให้กรณีการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์เป็นคดีพิเศษ และเมื่อวันที่ 9 กย2552 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งหก นับเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 14 ปี ในการพิสูจน์ความจริงในชั้นศาลจนกระทั่งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-05-09

บาคาร่าฟรีโบนัส covid19| สมัครบาคาร่า777 vip| ufabet888สล็อต yes| happy slot 888 plus| สล็อต ค่าย cq9 jdb airport| ค่ายเกม sg it| betway88ทางเข้า da| เข้า เว็บ ufabet ไม่ได้ apk| บาคาร่าฟรีโบนัส excel| สมัครบาคาร่า999 xyz| สมัคร ufabet888 casino| win88 slot username| 188bet ทางเข้า hack| ดาวน์โหลดslotxo 2020 gratis| heng888เครดิตฟรี goblin| เว็บ ค่า สิ โน ใหม่ usb| เข้าเล่น mafia| mafia 667 cheat| w88 สล็อต ทดลองเล่น pantip| dafuq 888 update| เกมสล็อต ค่าย pg zs| โหลด แอ พ ยิงปลา xiaomi| สล็อต6666 apk| แจก เครดิต ฟรี ไม่ต้องฝาก 2563| สล็อต เครดิตฟรี 100 ไม่ต้องฝาก pantip| สูตรบาคาร่า888 com| สมัคร ufabet888 ais| สล็อต w88 อันไหนดี kapook| พุ ช ชี่ 888 วิน usb| https sagame168 net go| สล็อต77777 th| พุซซี่888 โปร100 web| สล็อต ค่าย cq9 jdb| best slot789 instagram| royal777 vip fm| สล็อต w88 อันไหนดี ro m| ่ joker666 true| ufabet168 info| 918kiss Plus| วิธี สมัคร ufabet888 xiaomi| สมัคร w88 ไม่ได้ kfc| ยูฟ่า191 vip| https sagame168 net apk| ดาวน์โหลดslotxo 2020 update| visa casino| ติดตั้งw88 pro| ถอนเงิน vcanbuy| ufabet1| ค่า สิ โน ufa147| ดาวน์โหลด ufabet888 hu| puuman888 ดาวน์โหลด teamviewer| hungry purry 888 malaysia| heng888เครดิตฟรี mobile| sizzling slot 77777 online gratis| slot777download app| บา คา ร่า w88 สล็อต joox| สมัคร ufabet88 login| slotxo for pc| royal9999 web| winslot888 pc card| เกมส์สล็อต คา สิ โน joker| สมัคร สล็อต jdb168 express| 918kiss v8| best88 plusดาวน์โหลด| เว็บ ligaz ultimate| ทางเข้าjokerslot99| jdb slot ฟรีเครดิต data| เกมส์สล็อต คา สิ โน free| สล็อต678 free| hungry purry 888 qq| โจ๊กเกอร์6666 datasheet| ดาวน์โหลดslotxo 2020 windows| สมัคร royal online ฟรีเครดิต aia| พุซซี่888 ทดลอง sa| jdb slot ฟรีเครดิต com| slot777download thailand| slotxo true wallet xyz| สมัคร royal online ฟรีเครดิต nextgen| ่ joker666 youtube download| https sagame168 net hu| royal9999 app| autowinslot id| สมัครบาคาร่า เว็บไหนดี hd| win88 สล็อต xo| 188bet ฟรีเครดิต 2018| สมัคร สล็อต epicwin โปร 100 mb| jdb slot ฟรีเครดิต ios| sboslot ดาวน์โหลด google| pg slot joker| เว็บ ufa fb facebook| ทางเข้าพุซซี่888 live| พุซซี่888 โปร100 mg| สล็อต w88 อันไหนดี wiki| slot machine คือ lab|